ความจำเป็นในการ จัดฟัน

วันนี้ทาง คลีนิคทันตกรรม จัดฟันบางนา ได้นำบทความ และข้อมูล ความรู้ความเข้าใจบางส่วนในการจัดฟัน มาฝากทุกๆท่านกันค่ะ
ทำไมต้องจัดฟัน
-ความผิดปกติของการเรียงตัวและการสบฟัน ได้แก่ การซ้อนเกของฟัน ฟันห่าง ฟันยื่น ฟันล้มเอียง ฟันสบกระแทก ฟันสบไม่สนิท ฟันล่างคร่อมฟันบน ฟันสบลึก

-ความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกขากรรไกรและใบหน้า เช่น ใบหน้าด้านข้างที่เว้าขากรรไกรล่างยื่นมาก โหนกแก้มและริมฝีปากบนดูยุบหรือใบหน้าด้านข้างที่อูมนูนจากขากรรไกรบนที่ยื่นมาก และอาจร่วมกับคางที่หดสั้น เพราะขากรรไกรล่างเล็ก

จัดฟันช่วงอายุเท่าไรจึงจะเหมาะสม
-ช่วงอายุ 6 – 12 ปี ซึ่งมีฟันชุดผสม คือมีทั้งฟันแท้และฟันน้ำนมในช่องปาก การรักษาอาจใช้เครื่องมือถอดได้ในการเคลื่อนฟันระยะสั้นๆ หรืออาจใช้เครื่องมือนอกช่องปากในการยับยั้งหรือกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร
-ช่วงอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป โดยฟันน้ำนมหลุดหมดแล้ว มีเพียงฟันแท้เท่านั้น การรักษาใช้เครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่น โดยอาจมีการถอนฟันร่วมด้วยการรักษา

ระยะเวลาการจัดฟัน
ระยะการจัดฟันแตกต่างกันแต่ละบุคคล ขึ้นกับปัญหาความผิดปกติของการเรียงตัวและสบฟัน ความรุนแรงของความผิดปกติ ลักษณะโครงสร้างของฟันกระดูก แต่โดยเฉลี่ยแล้วการจัดฟันติดแน่นโดยไมมีการถอนฟันร่วมด้วยจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี – 1 ปี ครึ่ง ส่วนการจัดฟันร่วมกับการถอนฟัน อาจใช้เวลาประมาณ 2 – 4 ปี
การจัดฟันไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ แต่การจัดฟันผู้ใหญ่ที่มีอายุมาก จะขึ้นกับสุขภาพในช่องปากด้วย การรักษามักใช้เวลานานกว่าและมีข้อจัดที่ไม่สามารถรักษาฟันให้สบกันอย่างสมบูรณ์ที่สุดได้ และอาจมีปัญหาการคืนกลับของฟัน

ข้อแนะนำในการปฏิบัติเมื่อรับการจัดฟัน
1. ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่าเคร่งครัด เช่น การใส่ยาง การใส่ RETAINER การมาตามนัดที่กำหนด
2. การทำความสะอาดโดยการแปรงฟันที่ถูกวิธีและบ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีฟลูออไรด์
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เหนียว หรือแข็งมากๆ เช่น
อาหารที่แข็งมาก เช่น อ้อย น้ำแข็ง
อาหารที่เหนียว เช่น หมากฝรั่ง ตังเม เนื้อที่เหนียวมากๆ
อาหารหวานจัด เช่น ลูกอม ช็อคโกแลต
4. ระมัดระวังอุบัติเหตุทีอาจจะกระทบริมฝีปาก
5. การตรวจฟันและการพบทันตแพทย์เพื่อทำความสะอาดฟันตามปกติทุกๆ 6 เดือน
6. กรณีที่มีเครื่องมือหรือลวดสปริงแตกหัก ควรติดต่อทันตแพทย์ทันที
7. พบทันตแพทย์ตามการนัดหมาย

วิธีรักษาฟันให้สวยเหมือนในวันนี้ตลอดไปหรือไม่หลังจากถอดเครื่องจัดฟันแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับเครื่องมือที่เรียกว่ารีเทนเนอร์ (RETAINER) ซึ่งจะช่วยรักษาฟันสวยในวันนี้ให้คงอยู่ตลอดไป

ทำไมต้องใส่รีเทนเนอร์
เนื่องจากก่อนจัดฟัน ฟันเคยเก เคยห่าง หรือเคยยื่นมาก่อน ฟันที่สวยอยู่นี้ไม่ใช่ตำแหน่งของฟันที่มีมาตั้งแต่เกิด จึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะปรับตัวอยู่ในตำแหน่งใหม่ หลังจากการจัดฟัน อีกทั้งฟันเป็นอวัยวะที่ต้องใช้ลดเคี้ยวอาหาร จึงยังคงได้รับแรงกระแทกจากการเคี้ยวและกัดอาหารอยู่ทุกวัน เมื่อมีแรงมากระทำต่อตัวฟัน หรือแรงจากลิ้นดุนฟัน ฟันก็จะเคลื่อนที่กลับไปสู่ตำแหน่งของก่อนการจัดฟัน การใส่รีเทนเนอร์จะช่วยประคองไว้ไม่ให้เคลื่อนจากตำแหน่งที่ได้จัดฟันไว้สวยและดีแล้ว

ใส่รีเทนเนอร์ได้นานเท่าใด
ใส่ตามคำแนะนำของทันตแพทย์จัดฟันของท่านซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของฟันก่อนการจัดฟัน โดยส่วนใหญ่แล้วในปีแรกหลังจากถอดเครื่องมือจัดฟัน ควรใส่รีเทนเนอร์ตลอดเวลา จะถอดออกได้เฉพาะ 2 เวลา คือ เมื่อรับประทานอาหารและแปรงฟันเท่านั้น สำหรับเวลากลางคืนก็ต้องใส่นอนด้วย
หลังจากนั้นทันตแพทย์จัดฟันของท่านจะเป็นผู้แนะนำว่าจะใส่รีเทนเนอร์อีกนานเท่าใด

การเก็บรักษารีเทนเนอร์
ควรใส่รีเทนเนอร์ในกล่องพลาสติกแบนๆ ที่พกพาได้สะดวก ไม่ควรห่อด้วยกระดาษทิชชู เพราะอาจสูญเสียหรือทำให้รูปร่างของรีเทนเนอร์เปลี่ยนได้

การทำความสะอาดรีเทนเนอร์
แปรงด้วยแปรงสีฟันและยาสีฟันเหมือนกับการแปรงฟันของท่านทุกครั้ง หลังรับประทานอาหารหรือแช่ในน้ำที่มีเม็ดฟู่ทำความสะอาดรีเทนเอร์

ถ้ารีเทนเนอร์หายหรือหัก
ควรรีบติดต่อทันตแพท์จัดฟันของท่านเพื่อทำรีเทนเนอร์อันใหม่ทันที การไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์นานๆ จะมีผลให้ฟันกลับไปสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนจัดฟันได้

ข้อพึงระวัง
ไม่ควรเอาลิ้นดุนรีเทนเนอร์อันล่างพลิกเล่นไปมาในปากและไม่ควรดูดรีเทนเนอร์อันบนให้หล่นลงมา เพราะจะทำให้ฟันเคลื่อนที่กลับไปไม่สวยได้การใส่รีเทนเนอร์ เป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมากในการจัดฟันและค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องอาศัยความร่วมมือในการใส่จากผู้ป่วย แต่จะง่ายเมื่อผู้ป่วยใส่รีเทนเนอร์ตามที่ทันตแพทย์จัดฟันแนะนำการจัดฟันจะได้ผลหรือไม่อยู่ที่ผู้ป่วย เพราะเป็นคนที่สำคัญที่สุดในการจัดฟัน

Credit https://www.dentalthai.net/ดัดฟันบางนา/