ตั้งเป้าหมายทั้งปี ทำดีเพื่อแผ่นดิน

ผ่านพ้นไป 2560 มาได้เพียงไม่กี่วัน เชื่อว่าในช่วงอาทิตย์แรกของต้นปี 2561 หลายๆ คนกำลังตั้งเป้าหมายของชีวิต ว่าในปีนี้จะทำอะไรบ้าง คาดหวังความก้าวหน้าไว้อย่างไรบ้าง ทั้งหน้าที่การงาน สุขภาพ การเงิน ครอบครัว ฯลฯ ทีมเว็บไซต์ สสส. อยากชวนผู้อ่านมาร่วมตั้งเป้าหมายในการทำความดี ในธีม ‘ตั้งเป้าหมายทั้งปี ทำดีเพื่อแผ่นดิน’

กว่า 1 ปีที่ผ่านมา มีหลายๆ คนตั้งใจอย่างมุ่งมั่นในการเป็นจิตอาสาในการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคม เห็นประโยชน์ของคนในสังคมเป็นที่ตั้งมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว เหตุผลเนื่องมากจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทำให้ความโศกเศร้าของคนทั้งแผ่นดินนั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการทำความดีร่วมกัน

มีหลายๆ องค์กร และหน่วยงาน ลุกขึ้นมาเป็นหลักในการปลุกพลังของคนไทย เพื่อเปลี่ยนความทุกข์ใจนั้นเป็นพลังของการทำความดี ดังเช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับธนาคารจิตอาสา และภาคีเครือข่าย ทำโครงการ ‘จิตอาสาพลังแผ่นดิน’ ขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2559 หลังจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยประชาชนร่วมตั้งเป้าหมายในการทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 และเป็นสัญลักษณ์ของการจงรักภักดีของประชาชน

‘เว็บไซต์จิตอาสาพลังแผ่นดิน’ www.palangpandin.com เปรียบเสมือนแพลตฟอร์มกลางในการแบ่งปัน เรียนรู้ และพัฒนางานจิตอาสา โดยการให้บริการของโครงการจิตอาสาพลังแผ่นดิน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ลงแรง ซึ่งภายในเว็บไซต์ฯ มีงานอาสาทั้งหมด 9 ด้าน ประกอบด้วย 1. การเกษตร สัตว์เลี้ยง 2. ศิลปะ วัฒนธรรม 3.บูรณะ ฟื้นฟู ก่อสร้าง 4. สุขภาพ สาธารณสุข 5. ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส 6. ศาสนา ปฏิบัติธรรม 7. การศึกษา เรียนรู้ ฝึกอบรม 8. เด็ก เยาวชน สตรี และ9. ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม โดยจิตอาสาทุกคนสามารถฝากเวลาทำความดีกับธนาคารจิตอาสา พร้อมทั้งเลือกงานอาสาทั้ง 9 ด้าน เพื่อร่วมทำกิจกรรมได้ ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ ผู้อำนวยการร่วมธนาคารจิตอาสา เล่าให้ฟังว่า ด้านธนาคารจิตอาสาเป็นแกนกลางให้ผู้มีจิตอาสาฝากเวลาการทำจิตอาสาไว้สูงสุดได้คนละ 200 ชั่วโมง สำหรับการลงแรงนั้นเป็นการชวนกันมาทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อประโยชน์ของสังคมไทย โดยใช้กำลังกาย ใจ และเวลาในนามของแผ่นดิน ขณะนี้มีผู้มาร่วมฝากเวลาทำงานจิตอาสา 2,700,000 ชั่วโมง ทำให้เราได้เห็นว่า เวลาได้มอบความเสมอภาคให้เราเท่ากันคนละ 24 ชั่วโมง คนที่แบ่งปันเวลามาลงแรงนับว่าช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคม ถึงเวลาแล้วที่เราต้องลุกขึ้นมา สานต่องานของพ่อด้วยกัน

ส่วนที่ 2.จองวัน ทุกองค์กรและหน่วยงานสามารถเลือกวันสำคัญของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น วันครบรอบองค์กร วันเกิดคนสำคัญในองค์กร เป็นต้น แล้วเลือกวันทำงานจิตอาสาร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดพลังความดีทั้งองค์กร โดยในเว็บไซต์ www.palangpandin.com มีปฏิทินทั้ง 365 วัน ให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ร่วมจองวัน

สำหรับ ‘มหาวิทยาลัยมหิดล’ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่เห็นได้ชัดในการเป็นองค์กรที่ระบุวันเพื่อให้ศิษย์ของมหิดลที่อยู่ทั่วประเทศร่วมกันทำความดีในพื้นที่ที่ตนอยู่ ผศ.ดร.จงดี โตอิ้ม ที่ปรึกษาด้านกิจการนักศึกษา และเลขาธิการสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าให้ฟังว่า เรามีวันสำคัญที่เป็นวันเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือพระบิดาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กันยายนของทุกปี เราเรียกวันนั้นว่า Mahidol Day of Service ที่ชาวมหิดลได้นำประโยชน์หรือคุณค่าที่ได้จากการเรียนรู้ไปทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยทำงานจิตอาสาเพื่อผู้อื่นตามที่แต่ละคนถนัดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

และ 3.ปันของ ในเว็บไซต์มีพื้นที่สำหรับองค์กรสาธารณกุศล มูลนิธิ หรือโรงเรียน เพื่อประกาศขอรับบริจาคสิ่งของที่ต้องการ โดยบริการนี้ส่งเสริมการ ‘ให้ที่ถูกคน ถูกที่ และถูกเวลา’ และการร้องขอจากองค์กรต่างๆ จะส่งเสียงไปถึงผู้ที่ต้องการจะช่วยเหลือได้จริง

ด้าน ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ กรรมการผู้ก่อตั้งและเลขาธิการ มูลนิธิดวงประทีป ได้กล่าวถึงฟังก์ชันของการ ‘ปันของ’ ว่า เป็นการละหรือสละของที่เรามีแบ่งปันน้ำใจกันให้เกิดความดีงามส่งต่อสิ่งของมีค่าถึงผู้ที่จะได้รับประโยชน์ต่อบุคคล องค์กร โดยตรง จุดเริ่มต้นในการแบ่งปันนี้ครูประทีบได้เริ่มขึ้นในปี 2551 โดยเปิดโรงเรียนวันละบาท ซึ่งเกิดจากการดิ้นรนในวิถีชีวิตของชาวชุมชนแออัดที่ลูกหลานไม่ได้เรียนหนังสือ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโครงการเพื่อแบ่งปันช่วยสังคมอีกมากมาย

การตั้งเป้าหมายทำความดีสามารถทำได้ง่ายๆ ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากที่ไหน ลองเข้าเว็บไซต์ www.palangpandin.com แล้วคุณจะพบว่า มีงานจิตอาสามากมายให้เราได้เลือกทำตามความถนัด เพราะหนึ่งพลังของคุณจะรวมกันกับผู้อื่นเพื่อเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของคนทั้งแผ่นดิน

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส.