เคล็ดลับทำ อาหาร แบบร้านตามสั่ง

เคล็ดลับทำ อาหาร แบบร้านตามสั่ง ความจริงแล้วอาหารตามสั่งที่เรากินกันทุกวันนี้ ไม่มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากอย่างที่คิด หากอยากจะลองทำดูบ้างในสไตล์เราเอง ลองมาล้วงเคล็ดลับ สูตรอาหาร ของร้านอาหารตามสั่งกันดีกว่าค่ะ

การทำอาหารไม่ว่าจะเป็นประเภท ต้ม ผัด แกง หรือทอด ทุกอย่างล้วนต้องมีสูตรเด็ดเคล็ดลับเฉพาะตัวกันทั้งนั้น บางคนมี สูตรอาหาร ที่ได้รับสืบทอดต่อๆ กันมา บางคนก็เปิดตำราดูแล้วทำตาม แต่ถ้าจะให้พูดถึงในเรื่องการทำอาหารแบบร้านตามสั่งแล้วละก็ แต่ละร้านก็มีเคล็ดลับที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการปรุงน้ำซุป เทคนิคการทอดและผัด เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ ทำอาหารได้อร่อยยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาบอกกันค่ะ

การที่เราจะทำอาหารให้อร่อยเหมือนร้านอาหารตามสั่งนั้น ก่อนอื่นเราจะต้องรู้เคล็ดลับการปรุงอาหารประเภทต่างๆ ก่อนค่ะ เช่น นึ่ง ต้ม ทอด ผัด และยำ โดย สูตรอาหาร เหล่านี้สามารถทำให้รสชาติอาหารตามสั่งในแบบฉบับของคุณรสชาติดีขึ้น และอร่อยติดปากทุกคนในครอบครัวเลยก็ว่าได้

1.น้ำซุป

น้ำซุปถือว่าเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของอาหารเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าคุณจะทำอาหารประเภท ต้ม ผัด หรือยำ จะต้องมีน้ำซุปใส่ลงไปด้วยเพื่อให้มีรสชาติให้กลมกล่อม ซึ่งเคล็ดลับความอร่อยของน้ำซุปแต่ละร้านก็จะแตกต่างกันออกไป

น้ำซุปไก่
ให้เลือกใช้โครงไก่ที่สดใหม่ นำมาล้างน้ำให้สะอาด เลาะลิ่มเลือดที่ติดโครงกระดูกออก เพื่อทำให้น้ำซุปใส ก่อนจะนำไปต้มล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้งหนึ่ง ตั้งน้ำให้เดือด นำโครงไก่ลงไปต้มในหม้อ จนกระทั่งน้ำท่วมโครงกระดูก ค่อยๆ ลดไฟให้อ่อนลง ตักคราบที่เป็นฟองทิ้ง เคี่ยวบนไฟอ่อนๆ อีกสักครึ่งชั่วโมง คุณก็จะได้น้ำซุปที่ใส และรสชาติหวานจากไก่แล้วจ้า

1.2 น้ำซุปหมู

คนส่วนใหญ่จะนิยมใช้น้ำซุปกระดูกหมูมากกว่า กระดูกที่เลือกใช้ต้มก็คือ คาตัง (กระดูกข้อ) และเอียวเล้ง (กระดูกหลัง) ก่อนจะนำกระดูกไปต้ม ให้สับเป็นชิ้นใหญ่ๆ แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำกระดูกไปต้มในหม้อ จนกระทั่งน้ำท่วมกระดูก ตั้งไฟจนน้ำเดือด แล้วค่อยๆ ลดไฟให้อ่อนลง เคี่ยวไปเรื่อยๆ ตักคราบที่เป็นฟองทิ้ง น้ำซุปที่ได้จะมีรสชาติหวาน ใส สำหรับไว้ปุรงอาหารจานอร่อย

2.เทคนิคการทอดปลา

อาหารประเภททอด ทำอย่างไรไม่ให้น้ำมันกระเด็น เป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนกลัวเมื่อต้องทำอาหาร ก่อนอื่นเราควรเลือกปลาสดๆ เมื่อได้ปลามาแล้วล้างทำความสะอาด นำไปคลุกแป้งก่อน นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จะช่วยให้ปลาทอดมีสีเหลืองสวย น้ำมันไม่กระเด็นอีกด้วยค่ะ

3.อาหารที่คลุกเกล็ดขนมปัง

การทำกุ้งชุบแป้งทอด หรือหมูชุบแป้งทอดนั้น ก่อนนำไปทอด เราควรเคาะแป้งที่ไม่ติดเนื้อออกเสียก่อน เพราะเศษแป้งและเกล็ดขนมปังส่วนเกินเหล่านี้ จะทำให้น้ำมันดำเร็วเกินไป รวมถึงเปลี่ยนน้ำมันทอดทุกครั้งเมื่อทำเมนูใหม่ และอาหารที่ทอดทุกชิ้นควรมีขนาดใกล้เคียงกัน เพราะเมื่อทอดเสร็จแล้วจะได้มีสีเหลืองสวยเท่าๆ กันนั่นเองค่ะ

4.แป้งเทมปุระ

ความจริงแล้วแป้งเทมปุระ หรือแป้งทอดกรอบ มีส่วนผสมง่ายๆ ที่เราทำเองก็ได้นะคะ ถ้าไม่อยากไปซื้อ ด้วยการนำแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี และไข่มาผสมกันในปริมาณที่พอเหมาะ ใช้น้ำเย็นจัดเทผสมให้เข้ากัน นำวัตถุดิบที่เราเตรียมไว้ลงไปชุบ และทอดในน้ำมันร้อนจัด พอเราสังเกตได้ว่าอาหารเริ่มเหลืองกรอบแล้ว ให้ใช้กระชอนตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้อาหารชุบทอดที่กรอบนอกนุ่มในแบบร้านอาหารตามสั่งแล้วค่ะ

5.การทอดปลาไม่ให้ติดกระทะ

ปัญหาหลักอีกอย่างหนึ่งของการทอดปลา นอกจากน้ำมันกระเด็นแล้ว คงหนีไม่พ้นปลาติดกระทะนี่แหละค่ะ เทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้ปลาของเราไม่ติดกระทะ คือ ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากสักหน่อย ใช้ไฟปานกลาง รอให้น้ำมันร้อนจัด ใส่เกลือป่นในกระทะเล็กน้อย นำปลาไปทอด ปล่อยให้ปลาเหลืองก่อนแล้วกลับอีกด้าน จะได้ปลาสุกเหลืองที่เนื้อหนังไม่หลุดติดกระทะแล้วละค่ะ

6.เทคนิคการทำหมูกรอบ

ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด ใช้ปลายมีดจิ้มลงบนเนื้อหมูให้ทั่วจนเป็นรูพรุน บั้งเนื้อหมูให้เป็นริ้วๆ หน้าแคบ-หน้ากว้างตามชอบ เพื่อให้ง่ายต่อการหั่นตอนสุก เนื้อหมูจะกรอบไวขึ้นด้วยค่ะ จากนั้นนำเนื้อหมูที่บั้งแล้วไปแช่น้ำส้มสายชูผสมน้ำปลา (ผสมกันเข้าไปเลยค่ะ ให้น้ำปลามากว่าน้ำส้มสายชูสักหน่อย) แช่ด้านที่เป็นเนื้อประมาณ 5 นาที ส่วนหนังให้ชุบแล้วนำขึ้นทันที หงายเอาด้านหนังขึ้น โรยเกลือลงไปเล็กน้อย อบต่ออีก 30 นาที นำออกจากหม้ออบ หั่นเป็นชิ้นๆ จะเอาไปกินเป็นกับข้าว หรือเอาไปทำผัดกะเพราก็อร่อยไปอีกแบบจ้า

และนี่ก็คือเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เราเอามาฝากค่ะ สำหรับมือใหม่หัดทำอาหารทุกท่านที่อยากฝึกฝนฝีมือในการทำอาหาร และต้องการที่จะพัฒนา สูตรอาหาร ของตัวเองให้มีรสชาติอร่อยเหมือนร้านอาหารตามสั่ง หากเราหมั่นฝึกทำอาหารไปเรื่อยๆ แล้วนำเคล็ดลับที่ได้ศึกษามาปรับให้เข้ากับรสชาติที่ชอบ รับรองเลยค่ะว่าทำอาหารที่คุณทำก็อร่อยไม่แพ้ใครได้เหมือนกัน

credit: https://www.parpaikin.com/