หมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน (บ้านสันติชล)

หมู่บ้านสันติชลเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศจีน และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและประเพณีที่พวกเขารักษาไว้อย่างเหนียวแน่น ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เมื่อมาเยือนเมืองปายแล้ว ทุกคนต้องแวะมาเยี่ยมชมอยู่เสมอ เมื่อมาถึงที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับการจำลองบรรยากาศของชุมชนจีนยูนนานในประเทศจีน Continue reading “หมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน (บ้านสันติชล)”

วังสวนบ้านแก้ว

วังสวนบ้านแก้ว และพิพิธภัณฑ์วังสวนบ้านแก้ว ในอดีตที่นีคือที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งประกอบด้วยพระตำหนักและอาคารหลายหลัง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี วังสวนบ้านแก้วแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2492 Continue reading “วังสวนบ้านแก้ว”

กู่สวนแตง

คำว่ากู่ เป็นภาษาอีสาน แปลว่า ปรางค์ หรือปราสาท กู่สวนแตง ก็คือปราสาทซึ่งมีลักษณะเดียวกับปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ แต่เป็นปราสาทขนาดเล็ก ไม่มีโคปุระหรือประตูทางเข้า ไม่มีกำแพงแก้ว ไม่มีระเบียงคต เป็นปราสาทก่อด้วยอิฐ จำนวน 3 องค์ ตั้งเรียงกันเป็นแถวบนฐานศิลาแลงเดียวกัน Continue reading “กู่สวนแตง”

น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา

ถ้ำขนาดใหญ่ที่คุณต้องเดินฝ่าลำห้วยแม่อุสุเพื่อไปให้ถึง เป็นอีกเรื่องราวของการผจญภัยที่นักท่องเที่ยว ต้องหาโอกาสลองสัมผัสสักครั้งในชีวิต สิบกว่าปีที่ผ่านมาหลังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักผจญภัยมากมายต่างเดินทางเข้ามาสำรวจถ้ำที่ไม่เพียงต้องฝ่าลำห้วยเท่านั้น หากยังต้องเดินขึ้นเขาระยะทาง 500 เมตรและต่อด้วยบันไดอีก 870 ขั้น เพื่อไปให้ถึงปากถ้ำ Continue reading “น้ำพุร้อนแม่กาษาและถ้ำแม่อุษา”

ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ)

หากมาเที่ยวถิ่นเขาค้อ อย่าพลาดแวะไปชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวในสมัยปี 2524 ไว้ด้วยหลักฐานแห่งชัยชนะ ณ ฐานอิทธิ หรือพิพิธภัณฑ์อาวุธ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ในการสู้รบเพื่อชิงพื้นที่ของเขาค้อคืนจากคอมมิวนิสต์ภายใต้บัญชาการของพันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ปัจจุบันฐานอิทธิจึงเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการสู้รบตั้งแสดงอยู่ภายนอกอาคาร Continue reading “ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ)”

จวนเจ้าเมืองระนอง

จวนเจ้าเมืองระนอง หรือ บ้านค่ายเจ้าเมืองระนอง บ้านทรงจีนขนาดกะทัดรัดซึ่งถูกสร้างในสมัยพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) ซึ่งพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซิมก๊อง) บุตรชายคนที่ 2 ของท่านคอซู้เจียง สร้างเพื่อใช้เป็นที่พักของบิดา เริ่มสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2420 มีเนื้อที่ประมาณ 33 ไร่เศษ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองระนอง ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน Continue reading “จวนเจ้าเมืองระนอง”

ทุ่งโปรงทอง

จากพื้นที่ซึ่งในอดีตเคยเป็นแหล่งทำการเกษตรและประมงของชาวบ้านในเขตชุมชนบ้านแสมภู่ ปากน้ำ และปากแส ซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรม ค่อย ๆ ได้รับการฟื้นฟูโดยเทศบาล ตำบลปากน้ำกระแส ร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่ ปรับสมดุลให้กับผืนป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดระยอง ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง Continue reading “ทุ่งโปรงทอง”

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์

เดิมทีที่นี่มีชื่อว่า “ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน” เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แห่งที่ 3 ของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2466 จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ และนิทรรศการต่างๆ ภายในอาคารทั้ง 4 แบ่งเป็น หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ อาคารหลักของการจัดแสดงเป็นอาคาร 3 ชั้น ภายในมีนิทรรศการถาวรจัดแสดงเกี่ยวกับโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบจากแหล่งโบราณคดีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา Continue reading “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์”

เมืองฟ้าแดดสงยาง

ตั้งอยู่ที่บ้านเสมา ตำบลหนองแปง เมืองฟ้าแดดสงยางหรือที่เรียกเพี้ยนเป็นฟ้าแดดสูงยาง บางแห่งเรียกเมืองเสมาเนื่องจากแผนผังของเมืองมีรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณที่มีคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น ความยาวของคันดินโดยรอบประมาณ 5 กิโลเมตร คูน้ำจะอยู่ตรงกลางคันดินทั้งสอง จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบ ทำให้ทราบว่ามีการอยู่อาศัยภายในเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ Continue reading “เมืองฟ้าแดดสงยาง”

พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก

แม้เหตุการณ์อันเจ็บปวดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ร่องรอยของความสูญเสียครั้งนั้น ยังคงจารึกอยู่ในหัวใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยากจะลบเลือนได้ และที่นี่ได้รวบรวมเสี้ยวหนึ่งของความเศร้าที่ ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้น ณ จังหวัดกาญจนบุรีนั่นเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2520 โดยเจ้าคุณพระเทพปัญญาสุธี เจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงครามและเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ก่อสร้างขึ้น เพื่อแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟสายมรณะกาญจนบุรี-พม่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเพื่อรำลึกถึงและให้เกียรติกับเชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสายนี้ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ชื่อภาษาอังกฤษของพิพิธภัณฑ์ที่รู้จักกันดีว่า JEATH นั้นเกิดจากการใช้ตัวอักษรที่อยู่ข้างหน้าชื่อประเทศต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มารวมกัน กล่าวคือ Japan (J) England (E) Australia America (A) Thailand (T) และ Holland (H) นั่นเองสำหรับตัวอาคารจัดแสดงนั้นแบ่งออกเป็น 2 อาคารด้วยกัน อาคารหลังแรก เป็นอาคารจำลองที่พักของเชลยศึก สร้างขึ้นด้วยไม้ไผ่หลังคามุงจาก ผนังทำเป็นฝาไม้รวกขัดแตะ ด้านในยกพื้นขึ้น กึ่งหนึ่งแล้วปูด้วยฟากไม้ไผ่ซึ่งใช้เป็นที่นอนสำหรับเชลย ส่วนตามผนังและเสาของอาคารจัดแสดง ภาพถ่ายต่างๆ ทั้งภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยและต่างประเทศ ภาพวาดสีน้ำโดยอดีตเชลยศึก ภาพสเก็ตช์เกี่ยวกับการสร้างสะพานและสภาพของเชลยศึกโดยอดีตหมอศัลยกรรมของกองทัพออสเตรเลีย จดหมายของเชลยศึก โปสต์การ์ดของนายทหารญี่ปุ่นที่ลูกหลานนำมามอบให้ ส่วนอาคารหลังที่สองนั้นเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว จัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอยของเชลยศึก กองทัพญี่ปุ่น อาทิเช่น หมวกทหาร ปืน ลูกระเบิด ค้อนตอกหมุดรางรถไฟ ขวดเหล้าสาเกญี่ปุ่น เป็นต้น ผนังด้านข้างจัดแสดงภาพถ่ายเชลยศึกที่รอดชีวิตจากสงคราม และพวกเขายังได้เคยมา เยี่ยมเยียนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพื่อรำลึกถึงความโหดร้ายที่ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
Continue reading “พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก”